ประสบการณ์แห่งชีวิต : หลอดเลือดแดงโป่งพองแตกในช่องท้อง
แชร์

ด้วยความชำนาญผสมผสานความรู้ความสามารถในการวินิจฉัยและรักษา ทำให้ทีมแพทย์จากโรงพยาบาลกรุงเทพ สามารถช่วยเหลือชีวิตของผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที แม้จะเป็นการรักษาผู้ป่วยที่มีความซับซ้อนถึงขั้นวิกฤติ”

ม.ร.ว.วุฒิสวัสดิ์ สวัสดิ์วัฒน์ ประธานบอร์ดเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โมเดิร์น เอเวอร์นิว (ไทยแลนด์) จำกัด เป็นหนึ่งในผู้ป่วยที่ผ่านประสบการณ์แห่งชีวิตจนถึงกับเคยกล่าวไว้ว่า การเยียวยารักษาครั้งนั้นนับเป็นของขวัญที่มีค่าที่สุดในชีวิต

“ก่อนที่จะมารักษาที่โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ ผมรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลอื่น ผมเคยผ่าตัดหัวใจเพื่อเปลี่ยนหลอดเลือด 4 เส้น หลังจากนั้นร่างกายก็ปกติ แต่ต้องไปพบหมอประจำทุก 2 เดือน ผมคิดว่าร่างกายแข็งแรงดี ทำงานปกติ  ขับรถเอง จนกระทั่งวันหนึ่งนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะทำงานก็รู้สึกว่าปวดหลังมาก จากนั้นก็สลบไป จำได้ว่ารถพยาบาลนำตัวไปส่งที่โรงพยาบาลเดิมที่เคยรักษา มาทราบตอนหลังว่าโรงพยาบาลนั้นไม่สามารถรักษาได้ จึงได้ส่งตัวผมมาที่นี่ ชีวิตผมตอนนั้นก็ขึ้นอยู่กับมือของหมอที่นี่ ซึ่งต้องบอกว่าเป็นเรื่องยินดี หลังการผ่าตัดและพักฟื้นที่โรงพยาบาลหลายเดือน ผมก็ดีขึ้น และที่สำคัญแข็งแรงกว่าเดิมด้วย”


อาการปวดหลังอย่างรุนแรงที่เกิดขึ้นกับม.ร.ว.วุฒิสวัสดิ์เป็นผลมาจากหลอดเลือดแดงที่โป่งพองแตกในช่องท้อง ซึ่งนายแพทย์วิฑูรย์ ปิติเกื้อกูล รองผู้อำนวยการศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ หนึ่งในทีมผู้ทำการรักษากล่าวว่า การรักษาม.ร.ว.วุฒิสวัสดิ์ในครั้งนั้นเป็นเรื่องยาก แต่ต้องตัดสินใจรักษาในทันที เพราะมีโอกาสเสียชีวิตสูงถึง 50%

“หลังจากทำการตรวจดูอาการ เราพบว่าความดันตกและอยู่ในภาวะที่เรียกว่าช็อก ท้องอืด ใหญ่ แน่นท้อง ลักษณะเช่นนี้แสดงว่ามีการสูญเสียเลือดออกไปทางใดทางหนึ่งในช่องท้อง สิ่งที่เราจำเป็นต้องนึกถึงในผู้ป่วยที่มีอายุค่อนข้างมากและมีภาวะของโรคของเส้นเลือดก็คือ มีภาวะหลอดเลือดแดงโป่งพองแตกหรือไม่ จึงได้ส่งไปตรวจด้วยการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์และได้พบว่ามีเส้นเลือดแดงโป่งพองในช่องท้องขนาดประมาณ 9 เซนติเมตร ซึ่งคนปกติอยู่ที่ประมาณ 2 เซนติเมตร และมีรอยแตกบริเวณต่ำกกว่าเส้นเลือดแดงที่ไปเลี้ยงไตประมาณ 2 – 3 เซนติเมตร การที่มีรอยแตกแบบนี้เป็นเหตุให้เลือดออกในช่องท้องในปริมาณที่ค่อนข้างมาก ซึ่งต้องรีบทำการผ่าตัด แต่ในกรณีของคุณชายก็มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเนื่องจากมีประวัติพบว่าปอดทำงานไม่ดีจากภาวะของโรคถุงลมโป่งพอง ประกอบกับภาวะหัวใจที่เคยเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบมาก่อนด้วย”

 
การวินิจฉัยอย่างละเอียดถี่ถ้วน ทำให้ทีมแพทย์สามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง รวมถึงโอกาสในการช่วยชีวิตผู้ป่วยมีสูงขึ้นด้วย และผลของการผ่าตัดก็เป็นที่น่าพอใจ ซึ่งเป็นผลมาจากความร่วมมือของทีมแพทย์ที่มีความชำนาญในแขนงต่าง ๆ  ทั้งทีมแพทย์อายุรกรรม ทีมวิสัญญีแพทย์ ทีมศัลยแพทย์ ทีมรังสีแพทย์ ทีมพยาบาล ตลอดจนประสิทธิภาพของระบบส่งต่อผู้ป่วย


อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญที่สุด คือ การดูแลตัวเอง หมั่นออกกำลังกาย ลดความเครียด เพื่อลดความเสี่ยงไม่ให้เกิดตามมาได้

แชร์

สอบถามเพิ่มเติมที่

คลินิกโรคพันธุกรรมด้านโรคหัวใจ
ศูนย์โรคหัวใจ ชั้น 1 โรงพยาบาลหัวใจ
เปิดให้บริการ ทุกวัน เวลา 07.00 – 16.00 น.