โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลาย
แชร์

เรามักจะเข้าใจกันว่าอาการปวดน่อง ปวดขา เกิดจากสาเหตุของโรคในระบบกระดูกและข้อ หรือเป็นโรคของระบบประสาท หรือบางคนคิดว่าเป็นอาการปกติของผู้สูงอายุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการมักจะเป็นมากขึ้นเวลาที่เดินหรือออกกำลังกาย จริง ๆ แล้ว อาการดังกล่าวเป็นอาการที่เกี่ยวข้องกับการเกิดการอุดตันหรือมีลิ่มเลือดในหลอดเลือดแดงส่วนปลาย


รู้จักหลอดเลือดแดงส่วนปลาย

หลอดเลือดแดงส่วนปลาย หมายถึง หลอดเลือดแดงที่เลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ยกเว้นหัวใจและสมอง เช่น หลอดเลือดแดงที่แขน ขา มือ เท้า ไต ในช่องท้อง ซึ่งหลอดเลือดแดงเหล่านี้มีหน้าที่เลี้ยงทั้งกล้ามเนื้อ กระดูก และระบบประสาทให้มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่าหลอดเลือดหัวใจ


สาเหตุโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลาย

โรคของหลอดเลือดแดงส่วนปลายเกิดจากการตีบ ตัน หรือมีลิ่มเลือดในหลอดเลือดของผู้ที่มีความเสี่ยงจากโรคต่าง ๆ เช่น โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง การสูบบุหรี่ โรคอ้วน หรืออายุที่มากขึ้น ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้หลอดเลือดแดงผิดปกติ


อาการโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายที่ขา

  • ปวดเท้า ปวดน่อง โดยเฉพาะเวลาที่เดินหรือออกกำลังกาย
  • เท้ามีอาการชาหรือสีซีดลง ในบางรายอาจมีอุณหภูมิที่ผิวหนังเย็นลง
  • แผลที่เท้าหรือส้นเท้าที่รักษายาก หายช้า มักพบในผู้ที่มีเบาหวานร่วมด้วย บางครั้งแผลอาจลุกลามจนเกิดเนื้อเน่าตาย

***อาการเหล่านี้อาจมีได้ข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้


การตรวจวินิจฉัยโรค

ความสำคัญของการตรวจวินิจฉัยโรค นอกจากช่วยหยุดยั้งอาการของโรคโดยเฉพาะที่ขาได้แล้ว ยังมีความสำคัญในการช่วยป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดแดงของหัวใจและสมองได้อีกด้วย การตรวจวินิจฉัยที่ทำได้คือ การวัดความแข็งตัวของหลอดเลือดแดงที่แขนเปรียบเทียบกับที่ข้อเท้า โดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า ABI (Ankle Brachial pressure Index) การวัด ABI คือ ค่าอัตราส่วนของความดัน Systolic ของข้อเท้าเทียบกับค่าความดัน Systolic ของแขนในแต่ละข้าง ค่าปกติของ ABI คือ 1

หลักการคือ ค่าความดันของหลอดเลือดที่ขาควรเท่ากับหรือมากกว่าค่าความดันของหลอดเลือดที่แขน ถ้าน้อยกว่าแสดงว่าน่าจะมีการตีบตันของหลอดเลือดข้างนั้น ๆ ซึ่งสามารถทำได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว สามารถวินิจฉัยโรคได้ในเบื้องต้น โดยไม่มีความเสี่ยงต่อผู้ป่วย
หากแพทย์ต้องการดูรายละเอียดมากขึ้นจะใช้เครื่องมือทางรังสีวินิจฉัย เช่น เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (64 – Slice CT Scan) หรือเครื่องตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) มาช่วยตรวจดูรายละเอียดของหลอดเลือด ส่วนการตรวจที่ให้รายละเอียดและชัดเจนมากที่สุดคือ การตรวจด้วยวิธีสวนหลอดเลือด หรือ Angiogram


รักษาโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลาย

วิธีการรักษาโรคขึ้นอยู่กับตำแหน่งและความรุนแรงของการตีบตันของหลอดเลือด การรักษาสามารถทำได้ตั้งแต่การรับประทานยาร่วมกับการออกกำลังกายของขา กรณีเป็นมากขึ้นอาจใช้วิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด เช่น การขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูน หรือใส่อุปกรณ์ถ่างขยายที่ทำจากขดลวด (Stent) กรณีที่มีความจำเป็นหรือโรครุนแรงมาก อาจจำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเพื่อเชื่อมต่อหลอดเลือด


ป้องกันโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลาย

การป้องกันโรคต้องหลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่าง ๆ เช่น
  • หยุดสูบบุหรี่
  • ควบคุมเบาหวาน ไขมัน และความดัน
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ โดยเฉพาะผู้สูงอายุควรใช้วิธีการเดินหรือปั่นจักรยาน การออกกำลังกายจะเห็นผลได้ต้องทำอย่างน้อยวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 3 วัน ติดต่อกันเป็นเวลา 6 เดือน
  • เมื่อมีอาการปวดเท้า ปวดน่อง โดยเฉพาะเวลาเดินหรือออกกำลังกายให้รีบไปพบแพทย์ทันที
แชร์

สอบถามเพิ่มเติมที่

คลินิกอายุรกรรมโรคหัวใจ
ชั้น 1 โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ
เปิดบริการทุกวัน 07.00 - 16.00 น.