คำแนะนำเรื่องโรคหัวใจจาก 2 แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโรคหัวใจ
แชร์

นพ.ประดับ สุขุม อายุรแพทย์หัวใจ

โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเป็นโรคที่เกิดจากภาวะของหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจเกิดแข็งตัวหรือมีไขมันไปเกาะที่ผนังหลอดเลือดทำให้หลอดเลือดแดงตีบแคบลง ปริมาณเลือดแดงจึงผ่านได้น้อย ส่งผลให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและหากหลอดเลือดแดงตีบแคบลงมากจนกระทั่งอุดตันก็จะส่งผลให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดปกติและกล้ามเนื้อหัวใจตายได้ ซึ่งปัจจุบันโรคที่เกี่ยวกับหัวใจนั้นมีอัตราการเสียชีวิตอยู่ในอันดับที่ 1 หรือ 2 รองจากโรคมะเร็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่เจริญแล้วอันเนื่องมาจากการใช้ชีวิตแบบวิถีสมัยใหม่ นอกจากนี้ในกลุ่มที่มีปัจจัยเสี่ยงอันได้แก่ ผู้ที่รับประทานอาหารไม่ถูกต้อง ชอบสูบบุหรี่มีความเครียด ขาดการออกกำลังกาย ผู้ที่มีความดันโลหิตและไขมันในเลือดสูง ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป รวมไปถึงผู้ที่มีประวัติว่าคนในครอบครัวเคยเป็นโรคหัวใจมาก่อน ยิ่งควรให้ความสำคัญในการควบคุมดูแลและตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอ แต่เมื่อพบผู้ป่วยเป็นโรคนี้ขึ้นมาแล้วแพทย์จะทำการวินิจฉัยว่าผู้ป่วยมีเส้นเลือดอุดตันที่บริเวณไหนและควรให้การรักษาด้วยวิธีใดจึงจะเหมาะสม ซึ่งโดยทั่วไปการรักษาจะแบ่งออกเป็น 3 วิธี คือ การรักษาด้วยยา การรักษาด้วยวิธีพิเศษ เช่น การถ่างขยายเส้นเลือดด้วยบอลลูน การกรอเส้นเลือดด้วยหัวกรอและสุดท้ายคือ วิธีการผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือด หรือที่เรียกว่า CABG เพื่อให้เลือดสามารถส่งไปเลี้ยงหัวใจได้


นพ.ประดับ สุขุม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ
เป็นหนึ่งในแพทย์ผู้มีความชำนาญพิเศษด้านอายุรกรรมโรคหัวใจ และภาวะหัวใจล้มเหลว ได้อธิบายถึงวิธีการผ่าตัดหัวใจแบบ CABG ว่า “การผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจหรือโดยทั่วไปเรียกว่าการผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจคือ การรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันด้วยวิธีการผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งโดยปกติแล้วแพทย์จะใช้เส้นเลือดภายในทรวงอกด้านซ้ายและเส้นเลือดแดงบริเวณแขนซ้ายหรือเส้นเลือดดำบริเวณขาตั้งแต่ข้อเท้าด้านในจนถึงโคนขาด้านใน มาเย็บต่อเส้นเลือดเพื่อนำเลือดแดงจากเส้นเลือดแดงใหญ่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจส่วนที่ขาดเลือดโดยข้ามผ่านเส้นเลือดส่วนที่ตีบ ซึ่งโดยทั่วไปการผ่าตัดวิธีนี้มีความเสี่ยงสูงเนื่องจากศัลยแพทย์หัวใจจำเป็นต้องใช้เครื่องปอดและหัวใจเทียม (On Pump CABG) ในขณะผ่าตัดเพื่อหยุดการทำงานของหัวใจทั้งหมด แต่ผู้ป่วยจะสามารถคลายความกังวลไปได้มากหากได้รับการดูแลโดยทีมศัลยแพทย์ หัวใจที่มีความเชี่ยวชาญและมีการพัฒนาด้านการรักษามาอย่างต่อเนื่อง”

ปัจจุบันนี้ด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัยทำให้แพทย์สามารถผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องปอดและหัวใจเทียม (Off-Pump CABG) แต่จะใช้เครื่องมือเกาะยึดหัวใจในจุดที่ทำการผ่าตัดหลอดเลือดให้หยุดนิ่ง ทำให้หัวใจไม่ต้องหยุดเต้น ซึ่งข้อดีของการผ่าตัดแบบนี้คือ ในขณะผ่าตัดผู้ป่วยจะไม่มีอาการแทรกซ้อนจากเครื่องปอดและหัวใจเทียม เช่น ปอดเสื่อมเนื่องจากการแลกเปลี่ยนออกซิเจนไม่เพียงพอ ภาวะไตวายชั่วคราวหลังผ่าตัด รวมไปถึงอาการเลือดไม่แข็งตัวที่ส่งผลให้เลือดออกไม่หยุด เป็นต้น นอกจากนั้นการผ่าตัดด้วยวิธีนี้ยังช่วยให้ผู้ป่วยเสียเลือดน้อยลงขณะผ่าตัด ระยะเวลาในการผ่าตัด การดมยาสลบและการพักฟื้นในโรงพยาบาลก็สั้นลงกว่าเดิมอีกด้วย ซึ่งโรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพนับได้ว่าเป็นหนึ่งเดียวในประเทศไทยที่ทำการรักษาด้วยวิธีนี้สำเร็จมากกว่า 90% อีกทั้งมีความพร้อมในการรับรักษาผู้ป่วยที่เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงทีภายในระยะเวลา 90 นาที ด้วยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของแพทย์ บุคลากร ร่วมกับอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้ผลสำเร็จจากการรักษานั้นมีมาตรฐานที่ดีทัดเทียมกับโรงพยาบาลในต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันทางโรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพก็ยังคงเดินหน้าและพัฒนาศักยภาพด้านการรักษาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ป่วยจะได้รับการดูแลที่ดีที่สุดต่อไป


นพ.โกสินทร์ ทัพวงศ์  ศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก

นพ.โกสินทร์ ทัพวงศ์  ผู้อำนวยการอาวุโสทีมศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ ถือเป็นหนึ่งในแพทย์ไทยผู้มีความเชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมโรคหัวใจและทรวงอก อดีตแพทย์อเมริกันบอร์ดฝีมือดีและอดีตนายกสมาคมแพทย์ไทยในอเมริกาที่ตัดสินใจนำประสบการณ์กว่า 40 ปี ด้านการผ่าตัดหัวใจและหลอดเลือดจากสหรัฐอเมริกากลับมาประเทศไทย เพื่อให้การดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจไปจนถึงพัฒนาวงการแพทย์ไทยให้ทันสมัยยิ่งขึ้น

“ปัจจุบันวิธีการรักษาโรคหัวใจนั้นได้รับการค้นคว้าวิจัยออกมามากมายไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดด้วยเทคนิคใหม่ๆ การใช้สเต็มเซลล์และการผ่าตัดเส้นเลือดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผ่าตัดเส้นเลือดใหญ่ที่คอเพื่อรักษาผู้ป่วยโรคเส้นเลือดอุดตันและผู้ที่เป็นโรคหัวใจ ซึ่งผมมีความถนัดจากประสบการณ์ที่เคยรักษาผู้ป่วยในอเมริกาที่สาเหตุส่วนใหญ่ของการป่วยเป็นโรคนี้มาจากพฤติกรรมการบริโภคอาหาร เช่น อาหารฟาสต์ฟู้ดและอาหารที่อุดมไปด้วยไขมัน ซึ่งปัจจุบันคนไทยเองก็มีพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่ถูกต้องเช่นนี้เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นจึงพบผู้ป่วยที่เป็นโรคเส้นเลือดอุดตันและโรคหัวใจเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน”

การผ่าตัดเส้นเลือดใหญ่สำหรับชาวอเมริกันนั้นถือเป็นวิธีการรักษาที่มีความปลอดภัยแต่สำหรับในประเทศไทยแล้ว เรื่องของการผ่าตัดเส้นเลือดใหญ่ยังไม่เป็นที่นิยมเท่าที่ควร เพราะแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะด้านมีเพียงไม่กี่คน “สาเหตุของหลอดเลือดคอที่ไปเลี้ยงสมองอุดตันนั้นเกิดจากการสะสมของคราบไขมันคอเลสเตอรอลและแคลเซียมที่จับเป็นก้อนบริเวณหลอดเลือดคอจนเป็นปื้นแข็งทำให้หลอดเลือดแคบลงหรือปริแตกจนเกล็ดเลือดมาจับบริเวณนั้นเป็นก้อนส่งผลให้เกิดการอุดตันของหลอดเลือดคอ การไหลเวียนของเลือดและออกซิเจนไปสู่สมองจึงลดลงจนทำให้เกิดโรคอัมพฤกษ์และอัมพาต นอกจากนี้ผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไปเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูงและชอบสูบบุหรี่ รวมไปถึงผู้ที่มีประวัติว่าคนในครอบครัวเคยเป็นโรคหัวใจก็จะยิ่งทำให้มีปัจจัยเสี่ยงของอาการหลอดเลือดคอที่ไปเลี้ยงสมองอุดตันสูงมากขึ้น”

แต่ด้วยความก้าวหน้าทางการแพทย์ในปัจจุบันช่วยให้ศัลยแพทย์สามารถแก้ปัญหาการอุดตันของคราบไขมันบริเวณหลอดเลือดคอได้ด้วยเทคโนโลยีการผ่าตัดเปิดหลอดเลือดคอที่ไปเลี้ยงสมอง หรือที่เรียกกันว่า ‘Carotid Endarterectomy (CEA)’ เพื่อนำเอาคราบไขมันอุดตันในหลอดเลือดออกจากผนังของหลอดเลือดแดงใหญ่ที่อยู่บริเวณข้างคอทั้งสองด้าน ซึ่งจะช่วยให้หลอดเลือดบริเวณดังกล่าวสามารถส่งเลือดที่มีออกซิเจนไปเลี้ยงสมองได้อย่างเพียงพอ ผลดีที่ได้รับจากการผ่าตัดหลอดเลือดคอที่ไปเลี้ยงสมองจะช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคอัมพฤกษ์อัมพาตในผู้ที่มีหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน รวมถึงผู้มีอาการสมองขาดเลือดไปเลี้ยงชั่วคราวได้เป็นอย่างมาก ซึ่งการผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์นั้นใช้เวลาน้อย กว่า 2 ชั่วโมง ผู้ป่วยควรนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล 1 – 2 วัน เพื่อให้แพทย์สามารถดูแลได้ทันท่วงทีในกรณีที่มีอาการแทรกซ้อน ซึ่งเกิดขึ้นได้น้อยมากหากได้รับการรักษาโดยผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะสามารถกลับไปทำกิจวัตรปกติได้ภายใน 3 สัปดาห์หลังการผ่าตัด


โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ
โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านโรคหัวใจมีศัลยแพทย์ผู้มีประสบการณ์พร้อมที่จะให้ข้อมูลและแนะนำทางเลือกในการรักษาอย่างครบวงจรตั้งแต่การตรวจวินิจฉัยเบื้องต้น การตรวจด้วยอุปกรณ์พิเศษ การดูแลและป้องกันโรคหัวใจ รวมทั้งให้บริการการผ่าตัด ‘Carotid Endarterectomy’ กับผู้ป่วยที่ได้รับการประเมินว่ามีการตีบของหลอดเลือดคอที่ไปเลี้ยงสมองอย่างรุนแรงเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นใหม่ของโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองอุดตันได้อย่างมีประสิทธิภาพ


 

แชร์

สอบถามเพิ่มเติมที่

คลินิกอายุรกรรมโรคหัวใจ
ชั้น 1 โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ
เปิดบริการทุกวัน 07.00 - 16.00 น.