รู้ให้ทันกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและหลอดเลือดคอเลี้ยงสมองอุดตัน
แชร์

กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเป็นโรคที่เกิดจากภาวะของหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจเกิดแข็งตัวหรือมีไขมันไปเกาะที่ผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดแดงตีบแคบลง ปริมาณเลือดแดงจึงผ่านได้น้อย ส่งผลให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และหากหลอดเลือดแดงตีบแคบลงมากจนกระทั่งอุดตันก็จะส่งผลให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดปกติและกล้ามเนื้อหัวใจตายได้

ซึ่งปัจจุบันโรคที่เกี่ยวกับหัวใจนั้นมีอัตราการเสียชีวิตอยู่ในอันดับที่ 1 หรือ 2 รองจากโรคมะเร็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่เจริญแล้ว เนื่องมาจากการใช้ชีวิตแบบวิถีสมัยใหม่ นอกจากนี้ในกลุ่มที่มีปัจจัยเสี่ยงได้แก่ ผู้ที่รับประทานอาหารไม่ถูกต้อง ชอบสูบบุหรี่ มีความเครียด ขาดการออกกำลังกาย ผู้ที่มีความดันโลหิตและไขมันในเลือดสูง ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป รวมไปถึงผู้ที่มีประวัติว่าคนในครอบครัวเคยเป็นโรคหัวใจมาก่อน ยิ่งควรให้ความสำคัญในการควบคุมดูแลและตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอ

รักษากล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

เมื่อพบผู้ป่วยเป็นโรคนี้ แพทย์จะทำการวินิจฉัยว่าผู้ป่วยมีเส้นเลือดอุดตันที่บริเวณไหนและควรให้การรักษาด้วยวิธีใดจึงจะเหมาะสม ซึ่งโดยทั่วไปการรักษาจะแบ่งออกเป็น 3 วิธี คือ
  1. การรักษาด้วยยา
  2. การรักษาด้วยวิธีพิเศษ เช่น การถ่างขยายเส้นเลือดด้วยบอลลูน การกรอเส้นเลือดด้วยหัวกรอ
  3. การผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือด (CABG) เพื่อให้เลือดสามารถส่งไปเลี้ยงหัวใจได้


ผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือด (CABG)

การผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจหรือโดยทั่วไปเรียกว่า การผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจ คือ การรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันด้วยวิธีการผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งโดยปกติแล้วแพทย์จะใช้เส้นเลือดภายในทรวงอกด้านซ้ายและเส้นเลือดแดงบริเวณแขนซ้ายหรือเส้นเลือดดำบริเวณขา ตั้งแต่ข้อเท้าด้านในจนถึงโคนขาด้านในมาเย็บต่อเส้นเลือดเพื่อนำเลือดแดงจากเส้นเลือดแดงใหญ่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจส่วนที่ขาดเลือดโดยข้ามผ่านเส้นเลือดส่วนที่ตีบ การผ่าตัดวิธีนี้มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากศัลยแพทย์หัวใจจำเป็นต้องใช้เครื่องปอดและหัวใจเทียม (On Pump CABG) ในขณะผ่าตัดเพื่อหยุดการทำงานของหัวใจทั้งหมด แต่ผู้ป่วยสามารถคลายความกังวลไปได้มากหากได้รับการดูแลโดยทีมศัลยแพทย์หัวใจที่มีความชำนาญและมีการพัฒนาด้านการรักษามาอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบันนี้ด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย ทำให้แพทย์สามารถผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องปอดและหัวใจเทียม (Off – Pump CABG) แต่จะใช้เครื่องมือเกาะยึดหัวใจในจุดที่ทำการผ่าตัดหลอดเลือดให้หยุดนิ่ง ทำให้หัวใจไม่ต้องหยุดเต้น ซึ่งข้อดีของการผ่าตัดแบบนี้คือ ในขณะผ่าตัดผู้ป่วยจะไม่มีอาการแทรกซ้อนจากเครื่องปอดและหัวใจเทียม เช่น ปอดเสื่อมเนื่องจากการแลกเปลี่ยนออกซิเจนไม่เพียงพอ ภาวะไตวายชั่วคราวหลังผ่าตัด รวมถึงอาการเลือดไม่แข็งตัวที่ส่งผลให้เลือดออกไม่หยุด เป็นต้น นอกจากนั้นการผ่าตัดด้วยวิธีนี้ยังช่วยให้ผู้ป่วยเสียเลือดน้อยลงขณะผ่าตัด ระยะเวลาในการผ่าตัด การดมยาสลบ และการพักฟื้นในโรงพยาบาลก็สั้นลงกว่าเดิมอีกด้วย


นพ.ประดับ สุขุม ผู้อำนวยการอาวุโส โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ กล่าวว่า “โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพนับได้ว่าเป็นหนึ่งเดียวในประเทศไทยที่ทำการรักษาด้วยวิธีนี้สำเร็จมากกว่า 90% อีกทั้งมีความพร้อมในการรับรักษาผู้ป่วยที่เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงทีภายในระยะเวลา 90 นาที ด้วยความชำนาญและประสบการณ์ของแพทย์ บุคลากร ร่วมกับอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้ผลสำเร็จจากการรักษานั้นมีมาตรฐานที่ดีทัดเทียมกับโรงพยาบาลในต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันทางโรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพก็ยังคงเดินหน้าและพัฒนาศักยภาพด้านการรักษาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ป่วยจะได้รับการดูแลที่ดีที่สุดต่อไป”


 

หลอดเลือดคอเลี้ยงสมองอุดตัน

สาเหตุของหลอดเลือดคอที่ไปเลี้ยงสมองอุดตันนั้นเกิดจากการสะสมของคราบไขมันคอเลสเตอรอลและแคลเซียมที่จับเป็นก้อนบริเวณหลอดเลือดคอจนเป็นปื้นแข็ง ทำให้หลอดเลือดแคบลงหรือปริแตกจนเกล็ดเลือดมาจับบริเวณนั้นเป็นก้อน ส่งผลให้เกิดการอุดตันของหลอดเลือดคอ การไหลเวียนของเลือดและออกซิเจนไปสู่สมองจึงลดลง จนทำให้เกิดโรคอัมพฤกษ์และอัมพาต นอกจากนี้ผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไปเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และชอบสูบบุหรี่ รวมไปถึงผู้ที่มีประวัติว่าคนในครอบครัวเคยเป็นโรคหัวใจ ยิ่งทำให้มีปัจจัยเสี่ยงของอาการหลอดเลือดคอที่ไปเลี้ยงสมองอุดตันสูงมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันคนไทยมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่ถูกต้องเช่นนี้เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นจึงพบผู้ป่วยที่เป็นโรคเส้นเลือดอุดตันและโรคหัวใจเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน


ผ่าตัดเปิดหลอดเลือดคอที่ไปเลี้ยงสมอง (CEA)

ปัจจุบันวิธีการรักษาโรคหัวใจได้รับการค้นคว้าวิจัยออกมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดด้วยเทคนิคใหม่ ๆ การใช้สเต็มเซลล์และการผ่าตัดเส้นเลือดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผ่าตัดเส้นเลือดใหญ่ที่คอเพื่อรักษาผู้ป่วยโรคเส้นเลือดอุดตันและผู้ที่เป็นโรคหัวใจ แต่ด้วยความก้าวหน้าทางการแพทย์ในปัจจุบันช่วยให้ศัลยแพทย์สามารถแก้ปัญหาการอุดตันของคราบไขมันบริเวณหลอดเลือดคอได้ด้วยเทคโนโลยีการผ่าตัดเปิดหลอดเลือดคอที่ไปเลี้ยงสมองหรือที่เรียกกันว่า ‘Carotid Endarterectomy (CEA)’ เพื่อนำเอาคราบไขมันอุดตันในหลอดเลือดออกจากผนังของหลอดเลือดแดงใหญ่ที่อยู่บริเวณข้างคอทั้งสองด้าน ซึ่งช่วยให้หลอดเลือดบริเวณดังกล่าวสามารถส่งเลือดที่มีออกซิเจนไปเลี้ยงสมองได้อย่างเพียงพอ

ผลดีที่ได้รับจากการผ่าตัดหลอดเลือดคอที่ไปเลี้ยงสมองจะช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคอัมพฤกษ์อัมพาตในผู้ที่มีหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน รวมถึงผู้มีอาการสมองขาดเลือดไปเลี้ยงชั่วคราวได้เป็นอย่างมาก ซึ่งการผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ที่มีความชำนาญและประสบการณ์นั้นใช้เวลาน้อยกว่า 2 ชั่วโมง ผู้ป่วยควรนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล 1 – 2 วัน เพื่อให้แพทย์สามารถดูแลได้ทันท่วงทีในกรณีที่มีอาการแทรกซ้อน ซึ่งเกิดขึ้นได้น้อยมากหากได้รับการรักษาโดยผู้ชำนาญและมีประสบการณ์ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะสามารถกลับไปทำกิจวัตรปกติได้ภายใน 3 สัปดาห์หลังการผ่าตัด


นพ.โกสินทร์ ทัพวงศ์  ศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ หนึ่งในแพทย์ไทยผู้มีความชำนาญด้านศัลยกรรมโรคหัวใจและทรวงอก อดีตแพทย์อเมริกันบอร์ดฝีมือดีและอดีตนายกสมาคมแพทย์ไทยในอเมริกาที่ตัดสินใจนำประสบการณ์กว่า 40 ปี ด้านการผ่าตัดหัวใจและหลอดเลือดจากสหรัฐอเมริกากลับมาประเทศไทย เพื่อให้การดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจไปจนถึงพัฒนาวงการแพทย์ไทยให้ทันสมัยยิ่งขึ้น กล่าวว่า โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านโรคหัวใจมีศัลยแพทย์ผู้มีประสบการณ์พร้อมที่จะให้ข้อมูลและแนะนำทางเลือกในการรักษาอย่างครบวงจร ตั้งแต่การตรวจวินิจฉัยเบื้องต้น การตรวจด้วยอุปกรณ์พิเศษ การดูแลและป้องกันโรคหัวใจ รวมทั้งให้บริการการผ่าตัด ‘Carotid Endarterectomy’ กับผู้ป่วยที่ได้รับการประเมินว่ามีการตีบของหลอดเลือดคอที่ไปเลี้ยงสมองอย่างรุนแรงเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นใหม่ของโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองอุดตันได้อย่างมีประสิทธิภาพ”


 

แชร์

สอบถามเพิ่มเติมที่

คลินิกอายุรกรรมโรคหัวใจ
ชั้น 1 โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ
เปิดบริการทุกวัน 07.00 - 16.00 น.